วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561

โครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรี

โครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรี
๑.หลักการและเหตุผล
                ความรุนแรงต่อเด็กและสตรี เป็นปัญหาสำคัญของสังคมที่ต้องเร่งดำเนินการทั้งด้านการป้องกัน แก้ไข และช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานราชการและองค์กรเอกชน รวมทั้งต้องอาศัยความเข้าใจและร่วมมือของคนในสังคม เนื่องจากเป็นปัญหาที่มีความละเอียดอ่อน มีรากเหง้าของปัญหามาจากค่านิยม เจตคติของสังคมที่กำหนดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย  นอกจากนี้ ในระดับสากล ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ได้รับการยอมรับว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกสังคมและเป็นประเด็นที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไข ดังปรากฏในกติการะหว่างประเทศของสหประชาชาติหลายฉบับ ได้แก่ ปฏิญญาว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อสตรี อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก รวมทั้ง ปฏิญญาปักกิ่ง และแผนปฏิบัติการเพื่อความก้าวหน้าของสตรี
           ตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗ แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๖๗ (๖) องค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และคนพิการ และแผนพัฒนาสามปี (๒๕๖๐-๒๕๖๒) ยุทธศาสตร์การพัฒนาการส่งเสริมคุณภาพชีวิต แนวทางด้านสวัสดิการสังคมและสาธารณสุข โครงการส่งเสริมสตรี
          องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี เห็นความสำคัญในการยุติปัญหาความรุนแรงใน เด็ก และสตรี เพื่อให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน มีส่วนร่วมช่วยดูแล เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี
๒. วัตถุประสงค์
          ๒.๑  เพื่อลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
          ๒.๒  เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของกลุ่มสตรีในพื้นที่
๒.๓  เพื่อให้ชุมชนได้ช่วยดูแล เฝ้าระวัง ป้องกัน ปัญหาความรุนแรง
๓.  กลุ่มเป้าหมาย
          ประชาชนตำบลชัยบุรี

๔.ระยะเวลาการดำเนินงาน
          สิงหาคม – กันยายน  พ.ศ. ๒๕๖๐
๕.  วิธีการดำเนินการ                                                               
          ๖.๑.  ประชุมปรึกษาหารือการจัดทำโครงการ
๖.๒.  เสนอโครงการขออนุมัติ
๖.๓   จัดซื้อจัดจ้างตามรายละเอียดโครงการ
          ๖.๔   ติดป้ายรณรงค์ 

๖.  สถานที่ดำเนินการ
          พื้นที่ตำบลชัยบุรี อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๗.  งบประมาณ
ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๐ แผนงานงานสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  งานส่งเสริมและสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชน หมวดค่าใช้สอย ประเภทรายจ่ายเกี่ยวเนื่องการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น ๆ รายการ โครงการส่งเสริมสตรี จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท

๘. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
          ๘.๑ ปัญหาความรุนแรงต่อสตรีในพื้นที่ตำบลชัยบุรี ลดลง
          ๘.๒ ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของกลุ่มสตรีในพื้นที่มากขึ้น

          .๓ ชุมชนได้ช่วยดูแล เฝ้าระวัง ป้องกัน ปัญหาความรุนแรง ต่อสตรี และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ทางสังคม
ผู้รับผิดชอบโครงการ
                   สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี
                                                                                     

                                                           ( นายธนกร ลิ่มวงศ์ ) ผู้เขียนโครงการ
                                                       นักพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ    

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

โครงการฝึกอบรมอาชีพย้อมผ้า แก่ กลุ่มสตรีตำบลชัยบุรี


๑.ชื่อโครงการ    โครงการฝึกอบรมอาชีพย้อมผ้า แก่ กลุ่มสตรีตำบลชัยบุรี
๒.หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันบทบาทของสตรีไทยในได้เปลี่ยนไป จากเดิมที่มีบทบาทเฉพาะ ในครอบครัว เป็นแม่บ้าน ดูแลบุตรหลาน แต่ในปัจจุบันสตรีได้เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น กล้าแสดงออกและทำในสิ่งที่ผู้ชายทำได้มากขึ้น ทำให้สังคมเปิดกว้างและยอมรับบทบาทของสตรีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้นำครอบครัวหรือผู้นำระดับประเทศ  และเป็นที่ยอมรับว่าสามารถทำได้เท่าเทียมกับผู้ชาย  การเพิ่มประสิทธิภาพหรือการเติมเต็มด้านความรู้ความสามารถจึงจำเป็นต้องพัฒนาและฝึกอบรมอยู่เสมอ  เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการพัฒนา  การเชื่อมนโยบายการทำงาน  ตลอดจนช่วยเหลือเกื้อกูลกิจกรรม  เป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน  อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของชุมชน  
ตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗ แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๖๗ (๖) องค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และคนพิการ และแผนพัฒนาสามปี (๒๕๖๐-๒๕๖๒) ยุทธศาสตร์การพัฒนาการส่งเสริมคุณภาพชีวิต แนวทางด้านสวัสดิการสังคมและสาธารณสุข โครงการ กิจกรรมกลุ่มสตรี
ดังนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี เห็นถึงความสำคัญของสตรี ที่จะมีบทบาทในสังคมมากขึ้นพร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการรวมกลุ่มของกลุ่มสตรี ให้เกิดความเข็มแข็ง และเพิ่มบทบาทของสตรีภายในครอบครัว จึงเห็นควรจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มสตรี ตำบลชัยบุรี ขึ้น


๓. วัตถุประสงค์
          โครงการฝึกอบรมอาชีพย้อมผ้า แก่ กลุ่มสตรีตำบลชัยบุรี มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ ๓ ประการ ได้แก่          ๑. เพื่อส่งเสริมอาชีพย้อมผ้า ให้แก่กลุ่มสตรี
          ๒. เพื่อเป็นการฝึกอบรมอาชีพระยะสั้นให้กับกลุ่มสตรี
          ๓. เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มสตรี และพัฒนาทักษะด้านอาชีพให้กับกลุ่มสตรี

๔.  เป้าหมาย
          สตรีในตำบลชัยบุรี จำนวน ๑๐๐ คน


๕.ระยะเวลาการดำเนินงาน
          ๓๐  พฤศจิกายน  ๒๕๕๙

๖.  วิธีการดำเนินการ                                                               
          ๖.๑.  ประชุมปรึกษาหารือการจัดทำโครงการ
          ๖.๒.  เสนอโครงการขออนุมัติ
          ๖.๓   จัดซื้อจัดจ้างตามรายละเอียดโครงการ
          ๖.๔   ติดต่อสถานที่ฝึกอบรมและวิทยากร
          ๖.๕   จัดฝึกอบรม ตามกำหนดการ 
          ๖.๖   สรุปผลโครงการเสนอให้องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี
๗.  สถานที่ดำเนินการ
          ห้องประชุมโรงเรียนบ้านคลองพังกลาง ตำบลชัยบุรี อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๘.  งบประมาณ
ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๐ แผนงานงานสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  งานส่งเสริมและสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชน หมวดค่าใช้สอย ประเภทรายจ่ายเกี่ยวเนื่องการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น ๆ รายการ อบรมอาชีพกลุ่มสตรี จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท              มีรายละเอียดดังนี้

๙. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
           ๙.๑  กลุ่มสตรีมีอาชีพเสริมเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้
           ๙.๒  กลุ่มสตรีมีบทบาทในชุมชนมากขึ้น
           ๙.๓  กลุ่มสตรีเห็นถึงความสำคัญของตนเองต่อสังคมมากขึ้น

 ๑๐ผู้รับผิดชอบโครงการ
          สำนักงานปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี
๑๑.การประเมินผล
          ประเมินผลโดยทำแบบสอบถามความพึงพอใจของประชาชนต่อการจัดทำโครงการฝึกอบรมอาชีพย้อมผ้า แก่ กลุ่มสตรีตำบลชัยบุรี จำนวน ๑๐๐ ชุด
                            
                                                 (ลงชื่อ)( นายธนกร ลิ่มวงศ์ ).ผู้เขียนโครงการ
                                                              นักพัฒนาชุมชน    

โครงการ “เดินตามรอยพ่อ วิถีพอเพียง เพื่อสุขเพียงพอ”



๑.ชื่อโครงการ     โครงการ “เดินตามรอยพ่อ วิถีพอเพียง เพื่อสุขเพียงพอ”
๒.หลักการและเหตุ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.๙) ได้พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ความว่า "การพัฒนาประเทศนั้นจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อพื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด ดังเห็นได้ที่อารยประเทศหลายประเทศกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอยู่ในเวลานี้..."
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่รัฐกาลที่ ๙ ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็นโดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนาคุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน ในปัจจุบันมีประชาชนนำมาปฏิบัติเกิดผลจำนวนมาก มีการก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เช่น ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทุ่งรังทอง และ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอาจารย์เพิ่มศักดิ์ เพื่อทำการถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่ประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจดูแปลงเกษตรผสมผสาน การปลูกพืชเชิงซ้อน การทำปุ๋ยชีวภาพ และเทคนิคการปลูกพืชที่มีประสิทธิผลมากขึ้น
ตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗ แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๖๘ (๗) องค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร และแผนพัฒนาสามปี (๒๕๖๐-๒๕๖๒) ยุทธศาสตร์การพัฒนาการส่งเสริมคุณภาพชีวิต แนวทางด้านการส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมการลงทุนและพาณิชกรรม โครงการส่งเสริม/สนับสนุนการเกษตรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ดังนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตำบลชัยบุรี จึงได้จัดทำโครงการเดินตามรอยพ่อ วิถีพอเพียง เพื่อสุขเพียงพอ ให้กับประชาชนทั่วไป โดยจะพาผู้เข้าอบรมไปศึกษาแปลงสาธิต ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทุ่งรังทอง และ อาจารย์เพิ่มศักดิ์ เพื่อเป็นการศึกษาดูงาน เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการนำไปปฏิบัติจริง ได้นำความรู้มาเป็นแนวทางในชีวิตประจำวันและ มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
๓. วัตถุประสงค์
          ๒. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ศึกษาดูงานแปลงเกษตรผสมผสาน 
          ๓. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปดำเนินชีวิต 
          ๔. เพื่อพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนในตำบลชัยบุรี
๔.  เป้าหมาย
          ประชาชนในตำบลชัยบุรี  จำนวน ๔๐ คน เจ้าหน้าที่ประสานงานจำนวน ๒ คน
๕.ระยะเวลาการดำเนินงาน
          ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๐
๖.  วิธีการดำเนินการ                                                               
          ๖.๑.  ประชุมปรึกษาหารือการจัดทำโครงการ
          ๖.๒.  เสนอโครงการขออนุมัติ
          ๖.๓   จัดซื้อจัดจ้างตามรายละเอียดโครงการ
          ๖.๔   จัดทำฝึกอบรม ตามกำหนดการ 
          ๖.๕   สรุปผลโครงการเสนอให้องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี
๗.  สถานที่ดำเนินการ
          ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทุ่งรังทอง และ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอาจารย์เพิ่มศักดิ์ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๘.  งบประมาณ
ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๐ แผนงานการเกษตร งานส่งเสริมการเกษตร หมวดค่าใช้สอย ประเภทรายจ่ายเกี่ยวเนื่องการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น ๆ รายการโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน ๒๕,๐๐๐ บาท และบัญชีโอนงบประมาณครั้งที่ ๘ เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ โอนเพิ่ม ๑๐,๐๐๐ บาทรวม งบประมาณตั้งไว้ ๓๕,๐๐๐ บาท 

๙. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
                       ๙.๑  ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง 
                        ๙.๒  ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับเกษตรผสมผสาน
                        ๙.๓  ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมีความสุข
๑๐.  ผู้รับผิดชอบโครงการ
                   สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี
๑๑.การประเมินผล
          ประเมินผลโดยทำแบบสอบถามความพึงพอใจของประชาชนต่อการจัดทำโครงการ จำนวน ๔๐ ชุด
                                                                                     
๑๒.ผู้เสนอโครงการ

                                                                             (ลงชื่อ)( นายธนกร ลิ่มวงศ์ ) ผู้เขียนโครงการ       
                                                                                            นักพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ                 

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2561

โครงการ “ส่งเสริมอาชีพนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ”





๑.ชื่อโครงการ     โครงการ “ส่งเสริมอาชีพนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ”
๒.หลักการและเหตุ
         การส่งเสริมอาชีพและพัฒนาเศรษฐกิจในครัวเรือน ก่อให้เกิดรายได้ และแก้ปัญหาการว่างงานของประชาชนในช่วงหยุดเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เป็นกระบวนการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ และเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะส่งเสริมให้ประชาชนได้เกิดกลุ่มอาชีพที่หลากหลาย มีการพึ่งพาอาศัยกันและกัน เกิดความสามัคคีขึ้นในหมู่คณะ และชุมชนยังสามารถนำสินค้ามาจำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนกันจะเป็นทุนหมุนเวียน ในชุมชน และดึงให้ประชาชนในบริเวณใกล้เคียงมาใช้บริการเช่นเดียวกับการอุดหนุนร้าน ค้าในชุมชน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้กินของไทย ใช้ของไทย ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกันอันจะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาในระดับเศรษฐกิจรากหญ้า ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพ ขีดความสามารถและ มีประสิทธิภาพความเข้มแข็งต่อชุมชน ให้สามารถพึ่งตนเองได้ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ ตลอดจนให้คนจนไม่มีอาชีพ ให้มีรายได้เสริมสามารถครองตนเองให้อยู่ได้ อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนให้อยู่อย่างมีประสิทธิภาพและ ยั่งยืนต่อไป
ตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗ แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๖๘ (๗) องค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร และแผนพัฒนาสามปี (๒๕๖๐-๒๕๖๒) ยุทธศาสตร์การพัฒนาการส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมการลงทุนและพาณิชกรรม โครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับอาชีพ
ดังนั้น   องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี ได้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ โดยวิธี การนวดแผนไทย โดยใช้สมุนไพรพื้นบ้านในประคบสมุนไพร เพื่อฟื้นฟู สภาพร่างกาย สามารถป้องกันโรค  และรักษาโรคเบื้องต้น ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางด้านการรักษาสุขภาพ และความเจ็บป่วยของประชาชนได้เป็นอย่างดี
๓. วัตถุประสงค์
          โครงการ “ส่งเสริมอาชีพนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ” มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ  ๔ ประการ  ดังนี้
          ประการแรก       เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ
          ประการที่สอง      เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรพื้นบ้าน กับการนวดเพื่อสุขภาพ
          ประการที่สาม      เพื่อส่งเสริมอาชีพเสริมของประชาชนในตำบลชัยบุรี 
          ประการสุดท้าย    เพื่อพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนในตำบลชัยบุรี
๔.  เป้าหมาย
          ผู้สูงอายุที่มีทักษะการนวดเบื้องต้น  จำนวน ๕ คน และประชาชนทั่วไป จำนวน ๑๕ คน

๕.ระยะเวลาการดำเนินงาน
                   ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๐
 ๖.  วิธีการดำเนินการ                                                               
                   ๖.๑.  ประชุมปรึกษาหารือการจัดทำโครงการ
๖.๒.  เสนอโครงการขออนุมัติ
๖.๓   จัดซื้อจัดจ้างตามรายละเอียดโครงการ
                   ๖.๔   จัดทำฝึกอบรม ตามกำหนดการ 
                             ๖.๕   สรุปผลโครงการเสนอให้องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี
๗.  สถานที่ดำเนินการ
                   โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลชัยบุรี  อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๘.  งบประมาณ
          ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๐ แผนงานสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  งานส่งเสริมและสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชน หมวดค่าใช้สอย ประเภทรายจ่ายเกี่ยวเนื่องการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น ๆ รายการ โครงการฝึกอบรมอาชีพ  จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท    
๙. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
          ๙.๑  ผู้เข้ารับอบรมได้รับความรู้ด้านการดูแลสุขภาพตนเอง
          ๙.๒  ผู้เข้ารับอบรมได้ฝึกทักษะด้านการนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ
          ๙.๓  ผู้เข้ารับอบรมสามารถนวดตัวเองด้วยลูกประคบได้
          ๙.๔  ผู้เข้ารับอบรมสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเสริมได้ 
๑๐
.  ผู้รับผิดชอบโครงการ
          สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี
๑๑.การประเมินผล
          ประเมินผลโดย ทำแบบสอบถามความพึงพอใจก่อน และ หลัง เข้าร่วมโครงการ จำนวน ๒๐ ชุด

                                                 (ลงชื่อ)  นายธนกร ลิ่มวงศ์ 
                                                      นักพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ    
                                                           ผู้เขียนโครงการ 


โครงการ ฝึกอบรมอาชีพเสริม “การทำดอกไม้จันทน์”



โครงการ ฝึกอบรมอาชีพเสริมการทำดอกไม้จันทน์
๑.ชื่อโครงการ     โครงการ ฝึกอบรมอาชีพเสริม การทำดอกไม้จันทน์
๒.หลักการและเหตุ
          เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา      ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และทรงเข้าพระราชหฤทัยถึงความรู้สึกของประชาชนชาวไทยว่ายังคงรำลึกถึงพระองค์มิเสื่อมคลาย และมีความประสงค์ที่จะกระทำสิ่งที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้จัดกิจกรรม โครงการจิตอาสาประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์พระราชทานเพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยฝีมือการสร้างสรรค์และถ่ายทอดโดยข้าราชบริพาร โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (ชาย) และหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ตลอดจนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเพื่อแสดงออกถึงความสามัคคีและการมีส่วนร่วมทั้งกำลังกาย กำลังความคิดและสติปัญญาด้วยจิตอาสาในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์พระราชทานเพื่อเป็นพระราชกุศลอุทิศถวายครั้งสุดท้าย ทั้งยังเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกทักษะในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถนำแนวคิดไปสร้างสรรค์ต่อยอดสร้างอาชีพแก่ตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืน
          ตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗ แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๖๘ (๗) องค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร และแผนพัฒนาสามปี (๒๕๖๐-๒๕๖๒) ยุทธศาสตร์การพัฒนาการส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมการลงทุนและพาณิชกรรม โครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับอาชีพ
ดังนั้น   องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอชัยบุรี ได้น้อมนำพระดำรัสสมเด็จพระเจ้า มาน้อมปฏิบัติเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกทักษะในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ จึงจัดทำโครงการ ฝึกอบรมอาชีพเสริมการทำดอกไม้จันทน์  เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถนำแนวคิดไปสร้างสรรค์ต่อยอดสร้างอาชีพแก่ตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืน
๓. วัตถุประสงค์
          โครงการ ฝึกอบรมอาชีพเสริมการทำดอกไม้จันทน์มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ  ๔ ประการ  ดังนี้
๓.๑ เพื่อให้ประชาชนสามารถทำดอกไม้จันทน์ได้
๓.๒ เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในอาชีพ ให้แก่ประชาชน เพื่อให้สามารถนำไปเป็นอาชีพเสริม     ก่อให้เกิดรายได้ต่อครอบครัวต่อไป
๓.๓ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการร่วมกันคิด กันทำและร่วมพัฒนา
      ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีในชุมชน
๓.๔ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้สามารถเผยแพร่ให้กับผู้สนใจต่อไปได้
๔.  เป้าหมาย
                   ประชาชนในตำบลชัยบุรี  จำนวน ๕๐ คน
๕.ระยะเวลาการดำเนินงาน
                    กรกฎาคม  ๒๕๖๐
๖.  วิธีการดำเนินการ                                                               
                    ๖.๑.  ประชุมปรึกษาหารือการจัดทำโครงการ
๖.๒.  เสนอโครงการขออนุมัติ
๖.๓   จัดซื้อจัดจ้างตามรายละเอียดโครงการ
                    ๖.๔   จัดทำฝึกอบรม ตามกำหนดการ 
                    ๖.๕   สรุปผลโครงการเสนอให้องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี
๗.  สถานที่ดำเนินการ
                   ห้องประชุมโรงเรียนบ้านคลองพังกลาง ตำบลชัยบุรี  อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๘.  งบประมาณ
       ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๐ แผนงานสร้างความเข้มแข็งของชุมชน  งานส่งเสริมและสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชน หมวดค่าใช้สอย ประเภทรายจ่ายเกี่ยวเนื่องการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น ๆ รายการ โครงการฝึกอบรมอาชีพ  จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท 
๙. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
          ๙.๑  ประชาชนได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ                                      พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
         ๙.๒  ผู้เข้ารับการฝึกอบรมใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีการทำงานเป็นกลุ่มและเกิดความสามัคคีใน             
                ชุมชน
         ๙.  ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับผู้ที่สนใจภายในชุมชนได้
         ๙.๔  ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้และมีทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมและอาชีพหลักได้ 
๑๐.  ผู้รับผิดชอบโครงการ
          สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลชัยบุรี  ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอชัยบุรี
๑๑.การประเมินผล
          ประเมินผลจากผู้เข้าร่วมอบรมสามารถประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ได้ทุกคน

วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560

หลักการสากลของ ธรรมาภิบาล

หลักการสากลของ ธรรมาภิบาล
ธรรมาภิบาล Good Governance
        คือ การปกครอง การบริหาร การจัดการ การควบคุมดูแล กิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม นอกจากนี้ยังหมายถึงการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ธรรมที่ใช้ในการบริหารงานนี้ มีความหมายอย่างกว้าง กล่าวคือ หาได้มีความหมายเพียงหลักธรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่รวมถึง ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องชอบธรรมทั้งปวง ซึ่งวิญญูชนพึงมีและพึงประพฤติปฏิบัติ อาทิ ความโปร่งใสตรวจสอบได้ การปราศจากการแทรกแซงจากองค์กรภายนอก เป็นต้น
        ธรรมาภิบาล เป็นหลักการที่นำมาใช้บริหารงานในปัจจุบันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุเพราะ ช่วยสร้างสรรค์และส่งเสริมองค์กรให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพ อาทิ พนักงานต่างทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตและขยันหมั่นเพียร ทำให้ผลประกอบการขององค์กรธุรกิจนั้นขยายตัว นอกจากนี้แล้วยังทำให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ศรัทธาและเชื่อมั่นในองค์กรนั้น ๆ อันจะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น องค์กรที่โปร่งใส ย่อมได้รับความไว้วางใจในการร่วมทำธุรกิจ รัฐบาลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและประชาชน ตลอดจนส่งผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เป็นต้น
 
หลักการสากลของ  ` ธรรมาภิบาล ´
องค์การสหประชาชาติ กำหนดหลักการทั่วไปของธรรมาภิบาล ไว้ 8 หลักการ ดังนี้

1.  การมีส่วนร่วม            การมีส่วนร่วมของสมาชิกทั้งชายหญิงคือการตัดสินใจที่สำคัญในสังคมและสร้าง ความสามัคคีให้เกิดกับประชาชน    การมีส่วนร่วมสามารถทำได้โดยอิสระไม่มีการบังคับ    สมาชิกเต็มใจให้ความร่วมมือด้วยตนเอง    หรือมีส่วนร่วมผ่านหน่วยงาน    สถาบันหรือผู้แทนตามระบอบประชาธิปไตย
2.  การปฏิบัติตามกฏ            ธรรมาภิบาลต้องการความถูกต้องตามกรอบของกฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ    ไม่ลำเอียง    มีการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมกับประชาชนโดยเท่าเทียมกัน    ทุกคนในสังคมอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายเดียวกัน
3.  ความโปร่งใส     
        ความโปร่งใสเป็นการตรวจสอบความถูกต้อง    มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา    สิ่งนี้ช่วยแก้ปัญหาการทุจริตและคอรัปชั่นได้ทั้งในภาครัฐและเอกชน    สื่อจะเข้ามีบทบาทอย่างมากในการตรวจสอบและรายงานผลงานดำเนินงานโดยการนำเสนอ ข่าวสารให้แก่สังคมได้รับทราบ
4.  ความรับผิดชอบ     
        ความรับผิดชอบเป็นการพยายามให้คนทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดในการทำงาน    กล้าที่จะตัดสินใจและรับผิดชอบต่อผลการตัดสินใจนั้นๆ
5.  ความสอดคล้อง     
        ความสอดคล้องต้องกันเป็นการกำหนดและสรุปความต้องการของคนในสังคม    ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมาก    โดยพยายามหาจุดสนใจร่วมกันและความต้องการที่สอดคล้องต้องกันของสังคมมาเป็น ข้อปฏิบัติเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในสังคม    การจะพัฒนาสังคมได้    ต้องทราบความต้องการที่สอดคล้องต้องกันของสังคมนั้นๆ    ด้วยวิธีการเรียนรู้    วัฒนธรรมของสังคมนั้นๆก่อน
6.  ความเสมอภาค     
        ความเสมอภาคเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนพึงได้รับจากรัฐบาล  ทั้งการบริการด้านสวัสดิการ    ตลอดจนสาธารณูปโภคด้านอื่นๆ
7.  หลักประสิทธิภาพและประสิทธิผล     
        เป็นวิธีการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่    โดยการผลิตและจำหน่ายเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มีคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนหรือ การใช้ทรัพยากรให้ได้ประโยชน์สูงที่สุดต่อมวลมนุษยชาติ    โดยมีการพัฒนากระบวนการเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
8.  การมีเหตุผล     
        การมีเหตุผลเป็นความต้องการในทุกสังคม ประชาชนทุกคน    ต้องตัดสินใจและความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองด้วยเหตุด้วยผลที่สมเหตุสมผล  การมีเหตุผลไม่สามารถกระทำได้ถ้าปราศจากการปฏิบัติตามกฎหมายและความโปร่งใส

http://www.thaichamber.org/scripts/detail.asp?nNEWSID=1220